ชมรมผู้ฝึกสอนแบดมินตัน

Badminton Coach Club

FaceBook
Line

เข้าสู่ระบบ
ชื่อ

รหัสผ่าน



เชิญ
ลงทะเบียนที่นี่

ถ้าลืมรหัสผ่าน
สามารถขอใหม่ได้ที่นี่.
เมนูหลัก
ชมรมผู้ฝึกสอนแบดมินตัน
คณะกรรมการบริหารชมรมฯ
ข่าวกิจกรรม
ภาพกิจกรรม
บทความ
ติดต่อชมรม

หนังสือและวารสาร
วารสารชมรมผู้ฝึกสอนฯ

การฝึกสอนแบดมินตัน
การฝึกทักษะขั้นพื้นฐาน
กายบริหารแบดมินตัน
หลักสูตรโรงเรียนแบดมินตัน

สำหรับสมาชิก
ส่งข่าว
ส่งบทความ
ส่งรูป

ดาวน์โหลด
ใบสมัครแข่งขันศิษย์เอก
บทความล่าสุด
หลักการสอนแบดมินตัน
หลักการตลาดในการบริห...
การสร้างศรัทธาของผู้...
การสร้างสนามแบดมินตัน
คนเอ็นเปื่อย
กระทู้
ข่าวสารมาใหม่
ประกาศรายชื่อผู้ฝึกสอนที่ส่...
การอบรมผู้ฝึกสอนแบดมินตัน ร...
โครงการตีแบดถูกวิธีไม่มีบาด...
การแข่งขันแบดมินตัน ศิษย์เอ...
การอบรมผู้ฝึกสอนแบดมินตัน ร...
ยอดนิยม
โครงการอบรมแบดมินตันขั... [12]
การอบรม ผู้ฝึกสอนกีฬาแ... [4]
การแข่งขันแบดมินตัน ศิ... [2]
การอบรมผู้ฝึกสอนแบดมิน... [2]
การเปิดอบรมผู้ฝึกสอนแบ... [2]
แบบสำรวจ
ขณะนี้ท่านเป็น

ผู้สนใจ

นักกีฬา

ผู้ปกครอง

ผู้ฝึกสอนขั้นพื้นฐาน

ผู้ฝึกสอนขั้นก้าวหน้า

กรรมการผู้ตัดสิน

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อน.
การสัมมนาในหัวข้อ กีฬาแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง
สัมมนา ฝึกอบรมประเด็นสำคัญที่ได้จากการนำเสนอของวิทยากรและผู้ร่วมสัมมนา สรุปได้ดังนี้

1. เป็นที่เห็นพร้องต้องกันว่า กระบวนการกีฬาสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง สอดคล้องกับ วาทกรรม กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลศทำคนให้เป็นคน

2. กีฬาสามารถนำมาเป็นกระบวนการสร้างเสริมความเจริญงอกงามของมนุษย์ได้ทั้ง 5 มิติ คือ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ หากผู้นำมาใช้ได้จัดเทคนิค วิธีการให้บรรลุเป้าหมายครบถ้วนทั้ง 5 ด้าน ในความเป็นจริงที่ผ่านมา เราเน้นที่ร่างกายเพียงมิติเดียวจึงทำให้กีฬาไม่สามารถสนองตอบมิติอื่นๆได้

3. หลักการสำคัญในการเสริมสร้างให้ทุกคนรักกีฬาและนำกีฬาไปเป็นวิถีชีวิตถาวร คือ

3.1 วัยเด็ก ช่วงประถมศึกษา ควรเน้นการเสริมสร้างความรักในกีฬา พัฒนาการของกล้ามเนื้อ ระบบ ประสาท การทำงานประสานกันระหว่างประสาทและกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวพื้นฐาน

3.2 วัยรุ่น ช่วงมัธยมศึกษา ควรเน้นทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะกีฬาที่หลากหลาย เพื่อให้ได้รู้ ได้ทดลอง และสร้างประสบการณ์ ในลักษณะสำรวจความพึงพอใจ และความชื่นชอบ

3.3 วัยรุ่นตอนปลาย ช่วงอุดมศึกษา ควรเน้นทักษะกีฬาที่ตนเองชอบและคาดว่าจะนำไปใช้ตลอดชีวิต ช่วงนี้ควรเน้นให้มีทักษะที่ดี เล่นได้ เข้าใจกฎ เกณฑ์ กติกา มีทัศนคติที่ดีต่อกีฬาชนิดนั้น สามารถนำไปใช้พัฒนาตนเองและร่วมกับคนอื่นๆได้

4. การสอน/ การฝึกสอนกีฬา ควรคำนึงเป้าหมายทุกมิติของกีฬา คือ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ โดยจัดน้ำหนักให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักเรียน นักศึกษา ควรเน้นให้ครบทุกด้าน แต่ในนักกีฬา ควรเน้นทักษะและร่างกายให้มาก และด้านอื่นๆลดหลั่นลงไป เป็นต้น

5. การจำแนกลักษณะกีฬา ( categories of sports) มีดังนี้

5.1 กีฬาที่เป็นวิถีชีวิต สร้างเสริมสุขภาพ พลานามัย

5.2 กีฬาที่เป็นวัฒนธรรม

5.3 กีฬาทีเป็นนันทนาการและสังคม

5.4 กีฬาที่เป็นการแข่งขัน/ กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ

5.5 กีฬาที่เป็นอาชีพ

ในหลักปรัชญาพลศึกษา เราควรสร้างฐาน ลักษณะที่ 1 2 3 ให้กว้างกว่า ลักษณะที่ 4 5 แต่ปัจจุบัน เราไปเน้นลักษณะ 4 5 มากจนละเลยลักษณะที่ 1 2 3 จึงทำให้การพัฒนากีฬาของเราไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร และไม่สามารถนำผลมาใช้แก้ปัญหาของชาติได้

6. กีฬาไม่สามารถนำมาสู่การแก้ปัญหาได้ เพราะเหตุปัจจัย ดังนี้

6.1 การจัดสรรงบประมาณ ส่วนใหญ่ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อการแข่งขัน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาเพื่ออาชีพ ซึ่งตอบสนองคนส่วนน้อยแต่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ทำให้คนส่วนใหญ่ขาดโอกาสในการร่วมกระบวนการทางการกีฬา การพัฒนาบุคคลให้บรรลุเป้าหมายของการกีฬา จึงได้ผลน้อย

6.2 การละเลยเป้าหมายมิติอื่นๆของกระบวนการทางการกีฬา ส่วนใหญ่เน้นทักษะ สุขภาพ ละเลยความรู้ เจตคติ ด้านสังคม อารมณ์ ทำให้คนในชาติขาดความรัก สามัคคี ไม่เคารพกฎเกณฑ์ กติกา ไม่มีน้ำใจนักกีฬา แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้

3. องค์กรท้องถิ่น สถาบันต่างๆ ที่มีหน้าที่จัดสรรงบประมาณในการเสริมสร้างด้านกีฬา ไม่ให้ความสำคัญด้านกีฬาเท่าที่ควร ส่วนใหญ่ทุ่มงบประมาณเพื่อสาธารณูปโภค สิ่งก่อสร้างหวังสร้างฐานเสียงของตนเอง จนละเลยมิติทางสังคม

6.4 กิจกรรมกีฬาปัจจุบันเน้นผลแพ้ชนะมากเกินไป สร้างปัญหาและผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนากีฬา เหรียญรางวัล และเงินรางวัล กลายเป็นปัจจัยในการพิจาณาจัดสรรงบประมาณ การพิจาณาความดีความชอบของคนที่ทำงานด้านกีฬา การเอารัดเอาเปรียบกันในการแสวงหานักกีฬาเข้ามาสังกัดหน่วยงาน จนละเลยการสร้างพื้นฐานด้านกีฬาแก่สมาชิกในองกร

6.5 การประเมินด้านกีฬา มักจะประเมินด้านความสามารถทางการกีฬา (เหรียญรางวัล) ทักษะกีฬา การจัดการทางการกีฬา (สนาม อุปกรณ์ การจัดการแข่งขัน) แต่ไม่มีการประเมินผลกระทบทางสังคม (Social impact assessment หรือ SIA ) ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการแก้ปัญหาและกำหนดแนวทางพัฒนาของชาติ

7. การนำผลการสัมมนามาประยุกต์

7.1 หน่วยงาน องค์กรทั่วไป สถาบันการศึกษา ควรให้ความสำคัญต่อการพัฒนากีฬาพื้นฐาน กีฬาเพื่อสุขภาพ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมาชิกส่วนใหญ่ โดยจัดสรรงบประมาณและจัดกิจกรรมกีฬาให้มีสัดส่วนมากกว่ากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาเพื่ออาชีพ

7.2 สถาบันการศึกษาทุกระดับต้องบรรจุหลักสูตรวิชาพลศึกษาและนันทนาการให้นักเรียนและนักศึกษาได้เรียน บรรจุครูพลศึกษาให้เพียงพอต่อภาระงานและครบทุกโรงเรียน

7.3 การเรียนการสอน พลศึกษา การฝึกกีฬา ควรเน้นเป้าหมายทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ โดยจัดน้ำหนักลดหลั่นกันตามเป้าหมายของกลุ่มผู้เรียนและนักกีฬา

7.4 ใช้กระบวนการกีฬาสร้างคนให้มีสุขภาพพลานามัย สร้างความสามัคคี ความเข้มแข็ง ระเบียบวินัย ของคนในชาติ

7.5 ในกรณีมีความขัดแย้ง มีความเห็นไม่ลงรอยกัน ควรนำกีฬามาเป็นสื่อในการสร้างความเข้าใจกัน ดังเช่น สหรัฐอเมริกา กับจีน เคยใช้กีฬาปิงปองเป็นสื่อปูทางไปสู่การสถาปนาทางการทูต ไทยกับจีน ใช้แบดมินตันเป็นสื่อเพื่อสร้างความสัมพันธ์และลดปัญหาคอมมิวนิสต์ เป็นต้น

7.6 นำกีฬามาแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โดยจัดมหกรรมกีฬาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด ประเทศ

7.7 จัดให้มีลานกีฬาทุกอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เพื่อจัดกิจกรรม และสนองตอบความต้องการในการเล่นกีฬาของเยาวชนและประชาชน

8. การประยุกต์ใช้ในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ข้อเสนอส่วนตัว)

8.1 การเรียนการสอนวิชาพลศึกษา นันทนาการและการออกกำลังกาย ควรทำความเข้าใจกับนักศึกษาให้เลือกลงทะเบียนเรียนในกิจกรรมที่ตนเองชอบ และต้องการพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นจนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ตลอดชีวิต การเรียนการสอนควรเน้นความสำคัญของการพัฒนาทักษะและวิธีการเล่นกีฬามากกว่ามิติอื่นๆ สำนักศิลปะศาสตร์ควรเปิดรายกิจกรรมที่หลากหลาย ให้นักศึกศึกษามีโอกาสเลือกตามความสนใจ หากเป็นไปได้ควรเปิดรายวิชาต่อยอดให้เลือกเรียน หลังจากเรียน SRE - 101 แล้ว เพื่อพัฒนาให้มีทักษะและความชำนาญสูงขึ้น

8.2 การจัดสรรงบประมาณ การจัดกิจกรรม ควรให้ความสำคัญของกีฬาพื้นฐาน กีฬาเพื่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของนักศึกษาและพนักงานส่วนใหญ่ แทนการทุ่มงบประมาณไปที่การส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันภายนอก

8.3 มหาวิทยาลัยควรนำกระบวนการกีฬามาเป็นสื่อในการสร้างเสริมคุณภาพของนักศึกษา พนักงาน ในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านสุขภาพพลานามัย ความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม ในส่วนของนักศึกษา ควรจัดกิจกรรมกีฬาและนันทนาการอย่างหลากหลาย สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง เพื่อช่วงชิงเวลาว่างของนักศึกษา แทนการปล่อยให้ใช้เพื่อพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์

8.4 ใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย โดยการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬา หรือ การแข่งขันกีฬานิยมทั่วไป ซึ่งสามารถดูดดึงประชาชนและเยาวชนชนต่างถิ่นให้เข้ามาร่วมกิจกรรมได้คราวละมากๆ

8.5 ใช้กิจกรรมกีฬาเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ในลักษณะทำงานแนวรุกมากกว่าการใช้กีฬาเพื่อแก้ปัญหาภายหลัง โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมของนักศึกษาและพนักงาน ให้พ้นจากสิ่งเสพติดและอบายมุข

รองศาสตราจารย์ ดร. นภพร ทัศนัยนา
โครงการศูนย์กีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

Drpia เมื่อ 22/05/2009 12:36 0คำติ-ชม · 1492 ครั้ง · พิมพ์
ติ-ชม-เสนอแนะ
ยังไม่มีคำเสนอแนะ ติ ชม
เพิ่มคำติชม เสนอแนะ
โปรดล็อกอินจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
ให้คะแนน
สามารถให้คะแนนได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น.

โปรดล็อกอินก่อนการให้คะแนน.

ไม่มีการให้คะแนน.
Badminton Coaching Club (Since 1989)
Copyright © 2006
Power By www.badmintonthai.com