คนเอ็นเปื่อย
เชียนโดย Drpia เมื่อ 28/05/2009 19:27
เมื่อปี 2548 ผมได้ประสบอุบัติเหตุ เอ็นร้อยหวาย ขาด สาเหตุจากการเล่นแบดมินตัน ผมรักษาด้วยการผ่าตัดต่อเอ็นโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา ใช้เวลารักษาและกายภาพบำบัดกว่า 1 ปี สามารถกลับมาเล่นได้ตามปกติ ปัจจุบันเกือบไม่มีความรู้สึกใดใดว่าเคยผ่าตัดมา ดีกว่าก่อนเสียอีกที่เวลาขึ้นบันได แต่ก่อนจะรู้สึกเจ็บบริเวณดังกล่าว แต่ตอนนี้อาการดังกล่าวหายไป จะมีก็แต่ต้องระวังและต้องถือปฏิบัติก่อนเล่นกีฬาทุกครั้งจะต้องยืดเหยียดเอ็นร้อยหวาย ทุกครั้ง ประมาณ 2-3 นาที ปัจจุบันผมก็เล่นกีฬาตามปกติ
ต่อมาเมื่อ 11 มีนาคม 2552 ผมซ้อมเทนนิสกับเพื่อนตามปกติ แต่เนื่องจากไม่มีใครมาเปลี่ยน ก็เลยเล่นต่อเนื่องไปเรื่อยแบบ 8 เกมต่อเซต ในเซตที่ 4 เกมที่ 2 ผมโต้ลูกกระดอนพื้นด้วยแบคแฮนด์ รู้เสียวแปลบที่ต้นแขนด้านหน้า เมื่อรับลูกที่โต้กลับมาอีกครั้งรู้เจ็บมาก กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (Biceps) เป็นก้อนคล้ายตะคริว ผมปล่อยไม้ทิ้งแล้วใช้มือซ้ายช่วยพยุงแขนและพบกล้ามเนื้อหดตัวเป็นก้อนไม่ยอมคลายกลับ จึงรู้ว่าเอ็นขาด เมื่อยืดกลับด้วยการใช้มื้อซ้ายช่วยบีบ จึงคลายตัวได้ ผมหยุดเล่นแล้วขับรถกลับบ้าน พอถึงบ้านจึงใช้ถุงน้ำแข็งประคบประมาณ 20 นาที แล้วใช้ผ้ายืดพันเพื่อป้องกันการหดตัว
อาการในช่วงนั้น ผมไม่รูสึกเจ็บหากปล่อยแขนห้อย และไม่เกร็งกล้ามเนื้อต้นแขน แต่เมื่อใดออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อก็จะหดรวมตัวเป็นก้อน ไม่สามารถคลายตัวคืนรูปได้ ทั้งนี้เพราะขาดตัวยึดกับกระดูกหัวไหล่
ผมได้เปิดตำรากายวิภาคส่วนกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าดังกล่าว พบว่ากล้ามเนื้อมัดนัดมีเอ็นยึดอยู่ 2 เส้น เอ็นที่ผมขาดจะเป็นเอ็นด้านบน ที่ยึดติดกับหัวกระดูกหัวไหล่ คงเหลือเอ็นเพียงเส้นเดียวซึ่งก็ทำให้ยังสามารถเคลื่อนไหวแขนได้ตามปกติแต่การพลิกแขนจะทำได้ยากขึ้น


articles: pectoralis.jpg


ผมตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อปรึกษาการรักษาจากแพทย์ทางด้านกระดูกและเอ็นที่โรงพยาบาลศิริราช ในวันที่ 16 มีนาคม 2552 แพทย์ได้ซักอาการและสาเหตุ ตรวจดูสภาพของบริเวณที่ต้นแขน และบอกว่าไม่ต้องทำอะไร สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ เพียงแต่กำลังจะลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ หากจะผ่าตัดก็ไม่สามารถทำได้ทันทีเพราะไม่มีเตียงรองรับได้ ผมตัดสินใจโทรหาหมอวิชัย วนดุรงค์วรรณ แพทย์ผู้เชียวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา ที่เคยผ่าตัดเอ็นร้อยหวายของผมคราวก่อน วันดังกล่าวท่านไม่ว่าง จึงให้พบกับหมอ บวรรัฐ วนดุรงค์วรรณ แพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา ซึ่งเป็นลูกชายของท่าน
หมอบวรรัฐ ได้ตรวจดูพยาธิสภาพ และถามอายุของผมว่าเท่าไรแล้ว ผมก็บอกว่า 63 ปี หมอได้ให้คำปรึกษาว่าหากไม่ผ่าตัดก็ได้ โดยสามารถใช้งานได้ตามปกติ เพียงแต่เวลาเก็งกล้ามเนื้อไบเซป ก็จะขึ้นมาเป็นก้อนลูกหนู เท่านั้นเอง และแนะนำให้เล่นกีฬาอื่นแทนการใช้แขน ผมจึงเห็นคล้อยตามเพราะหมอ 2 ท่านให้ความเห็นคล้ายกัน ผมขับรถกลับบ้านตามปกติ วันรุ่งขึ้นมีงานต้องไปร่วมตีแบดมินตันเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชมผู้ฝึกสอนแบดมินตันกับชมรมแบดมินตันมหาชัย ที่แรกก็ไม่อยากตี แต่อดรนทนไม่ได้ผมจึงคู่กับ พ.ท. ศักดิ์ระพี ทองสาริ โดยยืนเล่นแต่หน้าตาข่าย ตอนเล่นก็พอทนได้ แต่พอกลับถึงบ้านรู้สึกเจ็บ เวลาเกร็งกล้ามเนื้อ เอ็นจะรูดลงมารวมกับมัดกล้ามเนื้อ มีอาการบวมเล็กน้อย
วันอาทิตย์เย็น อาทิตย์เย็นผมตัดสินใจไปพบหมอวิชัย วนดุรงค์วรรณ ท่านตรวจดูอาการและให้ความเห็นว่า ผมยังมีชีวิตอยู่อีกนาน หากเล่นกีฬาไม่ได้จะเกิดความหงุดหงิด ขาดเพื่อนฝูง ร่างกายจะทรุดโทรมเร็ว ในฐานะนักกีฬาด้วยกันท่านฟันธงให้ผ่าตัดต่อเอ็น และยังบอกว่าทำง่ายกว่าผ่าตัดเอ็นร้อยหวาย ใช้เวลาฟื้นตัวไม่นานก็สามารถเล่นได้อีก ผมใคร่ครวญอยู่ไม่นานจึงตกลง ท่านให้มาเข้าโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น
ผมกลับบ้านนอนแล้วรุ่งขึ้นจึงเตรียมเสื้อผ้า สัมภาระมานอนโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ได้ตรวจทุกระบบเพื่อดูความพร้อมของร่างกาย พบว่าเคลื่อนไฟฟ้าหัวใจ วี 2 มีปัญหา ให้รอพบแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง มีที่เกินเกินปกติ คือ ไขมันในเลือด อยู่ที่ 280 แต่ เฮช ดีแอล ยังสูงอยู่ จึงไม่น่ามีปัญหาใดใด ผล พีเอสที ซึ่งเป็นดัชนีอาการมะเร็งต่อมลูกหมาก ปกติ ทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้น
ผมนอนรอแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ เพื่อตรวจด้วยระบบอัลตราซาวด์ พบว่าห้องหัวใจที่ดูดเลือดกลับเข้าหัวใจ มีกำลังอ่อน ทำให้เลือดกลับหัวใจช้า แต่เมื่อดูความดันเลือดไดแอสโตรลิคแล้วไม่ต่ำเกินเกณฑ์ และสอบถามอาการว่าเวลาเล่นกีฬารู้สึกเหนื่อยมากหรือไม่ ซึ่งผมก็ตอบไปตามตรงว่าไม่ค่อยเหนื่อย สามารถวิ่งทดสอบ 2.4 กิโลเมตรได้ดีกว่ามาตรฐานอายุ 60 ปี เสียอีก จึงให้ดำเนินการผ่าตัดได้
หมอจึงสั่งงดอาหารและน้ำ และให้น้ำเกลือเพื่อเตรียมผ่าตัด เนื่องจากหมอบวรรัฐ ไม่ถึงรอบเข้าเวรผ่าตัด หมอวิชัยจึงให้รอจนถึงวันพฤหัส ทีแรกก็สงสัยว่าทำไมหมอวิชัยไม่ลงมือผ่าตัดเอง ก็เลยถามตรงๆ ท่านบอกว่า ที่จริงท่านผ่าตัดเองก็ได้ แต่โอกาสที่จะเจอคนไข้เอ็นต้นแขนขาดมีน้อยมาก ผมจึงเป็นตัวอย่างทดลองอย่างดีที่หมอบวรรัฐ ที่เพิ่งจบแพทย์เฉพาะทางจากอเมริกาจะได้มาดูและร่วมผ่าตัดด้วย
ผมถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดประมาณ 5 โมงเย็น พอถึงห้องผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ก็ฉีดน้ำยาเข้าในสายน้ำเกลือ ผมจึงหลับไม่รู้สึกตัวเลยเหมือนหลับไป ผมมารู้สึกตัวอีกครั้งตอนพยาบาลนำมาส่งห้อง โดยหมอใช้ผ้าพันยืดยึดแขนให้งอติดลำตัว รุ่งเช้าพบสำรวจบริเวณต้นแขน พบว่าถูกปิดด้วยผ้าพาสเตอร์ตลอดแนว ไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ยกเว้นกรณียกแขนขณะเปลี่ยนเสื้อ หมอได้เปลี่ยนจากผ้ายืดรัดแขน มาเป็นผ้าแขนแทน ผมได้ถามหมอว่าทำไมจึงรู้สึกเจ็บและตึงที่กล้ามเนื้อหน้าอก ท่านก็อธิบายว่า ท่านได้เปลี่ยนจุดเกาะยึดจากเดิมที่หัวไหล่ มาผูกไว้กับเอ็นยึดกล้ามเนื้อหน้าอก จึงทำให้ตึงและเจ็บ ส่วนการเย็บแผล ท่านใช้ไหมละลาย จะได้ไม่ต้องมาตัดไหม ผมนอนอยู่ 3 วัน จึงให้กลับบ้านได้ โดยหมอนัดให้มาพบอีก 2 สัปดาห์หลังจากออกจากโรงพยาบาล ผมนอนอยู่บ้าน 2 วันโดยทานยาลดอาการปวดกล้ามเนื้อควบกับยาลดกรดในกระเพาะ และแคลเซียม พอรู้สึกดีขึ้น จึงให้ลูกสาวขับรถพากลับนครศรีธรรมราช โดยผมช่วยขับในบางช่วง

articles: figbiceps.jpg

ขณะพักรักษาตัวผมยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ เพียงแต่ต้องใช้ผ้าคล้องแขนรัดไว้เพื่อลดการเคลื่อนไหว หลังจากอาบน้ำผมได้ใช้ประสบการณ์เดิมที่พักฟื้นการผ้าตัดเอ็นร้อยหวาย โดยใช้ไดเป่าผม เป่าให้ผ้าปิดแผลแห้ง แล้วใช้ถุงน้ำร้อนประคบทุกคืนก่อนนอน
เมื่อครบ 2 สัปดาห์ ซึ่งอยู่ในช่วงก่อนสงกรานต์ ผมเดินทางมาพบหมอวิชัย แต่ไม่พบเนื่องจากติดธุระ แพทย์อื่นดูแผลแล้วเห็นว่าปกติดี จึงสั่งยาเพิ่มให้ หลังจากนั้นผมก็เดินทางกลับมาทำงานตามปกติ ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมกีฬาบุคลากร ผมได้ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนลีลาศแก่เจ้าหน้าที่ และใช้เวลาตอนเย็นซ้อมบิลเลียดเพื่อลงแข่งขัน และยังคงประคบด้วยถุงน้ำร้อนทุกคืน ทำให้รู้สึกสบายขึ้น เคลื่อนไหวคล่องขึ้น ผมบริหารด้วยการเก็งกล้ามเนื้ออยู่กับที่ และค่อยเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เมื่อเห็นว่าแผลปิดสนิท ผมได้ใช้ยาทำให้ผิวหนังนุ่มทาและนวด ทำให้บริเวณแผลเป็นนิ่ม และเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
วันที่ 29 เมษายน 2552 ผมขับรถเข้ากรุงเทพ รู้สึกสบายสบาย ไม่เจ็บปวดอะไร พักที่กรุงเทพ 1 คืนแล้วเดินทางต่อไปโคราช เพื่อร่วมแข็งขันกีฬาบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผมลงแข่งขันบิลเลียด 2 เกม ผมได้ 62 - 70 และ 58 - 70 จึงแพ้แก่เจ้าหน้าที่ของ สกอ. ในรอบแรก เป็นอันสุดสุดภารกิจการแข่งขัน วันรุ่งขึ้นทางทีมแบดมินตันบอกว่าไม่มีผู้สูงอายุลงแข่งประเภททีม ผมจึงลงไปแข่งคู่กับ อรนภา ทัศนัยนา แบบสนุกสนุก เพราะไม่มีผลอะไรกับทีมเนื่องจากรูผลแล้วว่าแพ้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่สิ้นสุดคู่ที่ 3 แล้ว ผมทำหน้าที่เล่นในแดนหน้า โดยตีเบาๆแค่ให้ลูกข้ามตาข่าย สิ้นสุดการแข่งขันก็รูสึกตึงกล้ามเนื้อเล็กน้อย วันต่อมาผมก็ยังคงขับรถ และช่วยแก้เกมในการแข่งขันแบดมินตัน จนสิ้นสุดการแข่งขัน จึงขับรถกลับนครศรีธรรมราช

สรุปบทเรียน
สาเหตุของเอ็นต้นแขนขาด หมออธิบายไว้ว่า อาจเกิดจากหินปูนเกาะที่หัวกระดูก ทำให้เอ็นเสียดสีกับหินปูน บ่อยเข้าทำให้กร่อนและขาดในที่สุด หรือเกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ ซึ่งผมได้วิเคราะห์ด้วยตนเองน่าจะเกิดจากหินปูนเกาะตามคำอธิบายของหมอ เพราะสมัยเรียนอยู่ระดับปริญญาตรี ผมเป็นนักกีฬากระโดดค้ำ ซึ่งต้นแขนจะรับแรงกระแทกช่วงที่ปักไม้ค้ำและโดนตัวลอยข้ามไม้พาด รู้สึกเจ็บและยกแขนไม่ขึ้นอยู่หลายปี เวลาตีแบดมินตันไม่สามารถ เหยียดแขนได้สุด ตีแบคแฮนด์ลำบาก แต่ก็ทนเล่นมาเรื่อย ทำให้มีพังผืดและหินปูดเกาะตามที่หมออธิบาย ในขณะที่เล่นเทนนิสแล้วเอ็นต้นแขนขาด ผมออกแรงมากเดินไปหรือไม่ ขอบกตรงตรงว่าไม่แน่นอน ผมตีลูกแบคแฮนด์กระดอนพื้นแบบท็อปสปินปกติ จะเป็นก็อาจจะเกิดจากความล้าของเอ็นเท่านั้นที่ทำให้ขาดจากจุดยึด
การรักษา การผ่าตัดเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เปิดแผลไม่มาก แผลภายใน 3 สัปดาห์ การดูแลหลังผ่าตัด ที่สำคัญคือลดการเคลื่อนไหว และหลีกเลี่ยงการถูกน้ำเด็ดขาด ผมใช้ผ้าคล้องแขนชนิดล็อค ซึ่งมีสายรัดอ้อมหลังมายึดปลายแขนเพื่อไม่ให้แกว่งแขน ผมอาบน้ำโดยไม่ให้น้ำเปียกแผล และใช้ไดเป่าผมทำให้ผ้าปิดแผลแห้งเร็วขึ้น หลังจาก 4 สัปดาห์ ผมนวดด้วยครีมปรับผิวหนังและรอยแผลเป็น วันละ 2 ครั้ง หลังอาบน้ำ นวดด้วยน้ำมันเหลืองวันละ 2 ครั้ง ขณะนี้ผ่านสัปดาห์ที่ 8 ผมรู้สึกออกแรงได้ร้อยละ 60 ของปกติ แต่รู้สึกตึงเครียดที่กล้ามเนื้อหัวไหล่ (Deltoid)
การฟื้นสภาพ ผมใช้ถุงน้ำร้อนประคบทุกคืน ประมาณ 15 นาที เพื่อเร่งระบายของเสียจากแผล ประมาณ 3 สัปดาห์ หลังผ่าตัด ผมออกแรงเกร็งกล้ามเนื้ออยู่กับที่ด้วยการกำมือ แบมือ สลับกัน ตามโอกาสอันควร วันละประมาณ 200 ครั้ง หลังจากผ่าตัด 6 สัปดาห์ ผมยกดัมเบลล์แบบไบเซ็พเคิล (Bicep Curl) ขนาด 0.5 กิโลกรัม ยกละ 5-7 ครั้ง ออกแรงเหยียดแขนยันกำแพงเบาๆ หลังจาก 8 สัปดาห์ ผมออกกำลังด้วยวิธีการเหยียดจากหน้าอก (Chest Press) น้ำหนัก 25 ปอนด์ 5-7 ครั้งต่อรอบ เกร็งกล้ามเนื้อคงที่ด้วยการกำมือวันละ 100 -200 ครั้งขณะนั่งทำงาน และเหยียดแขนยันกำแพงก่อนอาบน้ำเช้าเย็น ชูแขนขึ้นเหนือศีรษะตามโอกาสเหมาะเพื่อเหยียดข้อต่อต้นแขน
การป้องกัน จากบทเรียนที่ได้รับผมขอเสนอแนะไว้ดังนี้
1. เมื่อมีอาการเจ็บบริเวณข้อต่อ ต้องพักรักษาจนหายสนิทก่อน จึงกลับมาใช้งานต่อ ฃ
2. อย่าหักโหมจนเกิดการใช้เกิน (Over used) เอ็นข้อต่อมีขีดความสามารถจำกัด การใช้ต่อเนื่องนาน ทำให้เยื่อหุ้มเอ็นล้า อ่อนแรง จึงไม่สามารถช่วยยึดเอ็น ทำให้ง่ายต่อการขาดได้
3. การยืดเหยียด อบอุ่นร่างกายก่อนเล่นยังมีความจำเป็น และควรทำให้มากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
4. กรณีเกิดการบาดเจ็บที่เอ็น หมอบอกว่าให้หลีกเลี่ยงการฉีดสเตียลอยด์ เพราะจะทำให้เอ็นเปื่อยง่าย
5. ไม่แน่ใจว่าเป็นที่กรรมพันธุ์ หรือไม่ เพราะแม่ผมก็เกิดอุบัติเหตุเอ็นยึดเชิงกรานขาดในช่วงอายุ 70 เศษ
6. อายุเลย 60 ปี เปลี่ยนกิจกรรมกีฬาจากที่ใช้แรงกระแทกมาเป็นไม่ใช้แรงกระแทก เช่น ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ หรือหากจะเล่นแบดมินตัน เทนนิส ต่อ ควรลดความหนัก หรือลดการแข่งขันลง
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดี ชีวีเป็นสุขครับ


รศ. พ.อ.อ. ดร. นภพร ทัศนัยนา
โครงการศูนย์กีฬาและสุขภาพ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จ.นครศรีธรรมราช"